วงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback converter) คืออะไรและหลักการทำงานของวงจร

วงจร Flyback Converter หัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในชีวิตประจำวัน เปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าได้อย่างมหัศจรรย์

วงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback converter) คืออะไรและหลักการทำงานของวงจร

วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายซึ่งมีบทบาทสำคัญในเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งเป็นวงจรแหล่งจ่ายไฟชนิดหนึ่งที่แปลงระดับแรงดันไฟฟ้าจากระดับหนึ่งเป็นอีกระดับ มักใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ เช่น ที่ชาร์จโทรศัพท์ อะแดปเตอร์ แล็ปท็อป หรือแม้แต่ในทีวีบางรุ่น นั่นก็คือ วงจร Flyback Converter เป็นวงจรที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งและมีประโยชน์อย่างแพร่หลาย ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการศึกษาค้นคว้า หลักการทำงานพื้นฐานของวงจร กลไกการทำงาน การนำวงจรไปใช้ประโยชน์ และปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อให้สามารถเข้าใจและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อในอนาคต

ความหมายที่แท้จริงของ ฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback converter)

วงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback Converter) คือแหล่งจ่ายไฟแบบสวิตช์ (SMPS: Switched-Mode Power Supply) ที่มีหน้าที่ในการแปลงระดับแรงดันไฟฟ้า โดยทั่วไปจะใช้เพื่อแปลงหรือควบคุมอินพุตแรงดันสูงให้เป็นเอาต์พุตแรงดันต่ำ ยกตัวอย่าง เช่น แปลงแรงดันไฟฟ้าจากเต้ารับที่ผนังบ้านไปยังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องการใช้งาน ซึ่งแตกต่างจากแหล่งจ่ายไฟเชิงเส้นแบบเดิม วงจร Flyback Converter นี้ มีประสิทธิภาพสูง กะทัดรัด และคุ้มต้นทุน ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย

หลักการทำงานของวงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback Converter)

Flyback Converter ทำงานบนหลักการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) และปล่อยพลังงาน Energy (Release) โดยมีหลักการดังต่อไปนี้ คือ:

  • ภาคการจัดเก็บเก็บพลังงาน โดยปกติทั่วไป มี สวิตซ์ คือทรานซิสเตอร์ต่อกับวงจร และเมื่อ สวิตซ์ ON  กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านขดลวดหลัก (Primary Winding) ของหม้อแปลง โดยกักเก็บพลังงานไว้ในสนามแม่เหล็ก
  • ส่วนในภาคการถ่ายเทพลังงานนั้น เมื่อสวิตช์ปิด หรือ สวิตซ์ OFF สนามแม่เหล็กจะลดลง และพลังงานที่กักเก็บไว้จะถูกถ่ายโอนไปยังขดลวดรอง (Secondary Winding) จากนั้นพลังงานนี้จะถูกปรับและกรองเพื่อให้ได้แรงดันไฟฟ้าขาออกตามที่ต้องการ

ซึ่งสามารถอธิบายเป็นขั้นตอนอย่างง่ายๆ ได้ดังนี้คือ เริ่มต้นจากการได้รับแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) จากผนังกำแพงบ้านแปลงเป็น แรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ด้วยวงจรไดโอด (Diode Bridge) จากนั้น แรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC) นี้ จะถูกป้อนเข้ามายังวงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback Converter) หรือ ทรานส์ฟอร์เมอร์ และเมื่อสวิตซ์ ON กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านขดลวดหลัก (Primary Winding) ของหม้อแปลง โดยกักเก็บพลังงานสนามแม่เหล็กภายในหม้อแปลงทรานฟอร์เมอร์ จากนั้นเมื่อสวิตช์ OFF สนามแม่เหล็กจะลดลง พลังงานที่กักเก็บไว้จะถูกถ่ายโอนไปยังขดลวดรอง (Secondary Winding) แรงดันจะถูกปรับและกรองเป็นไฟฟ้ากระแสตรง DC ขาออกที่มีสัญญาณเรียบและคงที่ อย่างไรก็ตามภายในวงจรนั้นก็จะมีวงจร Feedback Control ในการควบคุมปรับสัญญาณให้ได้ตามที่ต้องการ

ดังนั้น วงจร Flyback Converter จะทำงานในโหมดของการนำไฟฟ้าแบบไม่ต่อเนื่อง (Discontinuous Conduction Mode หรือ DCM) ซึ่งหมายความว่าสนามแม่เหล็กของหม้อแปลงจะยุบตัวลงอย่างสมบูรณ์ในแต่ละรอบการสลับสวิตช์ (Switching) ซึ่งช่วยให้สามารถถ่ายโอนพลังงานและแยกไฟฟ้าระหว่างอินพุตและเอาต์พุตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การพิจารณาปัจจัยต่อมีผลกระทบต่อวง Flyback Converter

ปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพของ Flyback Converter สามารถแบ่งออกได้ดังนี้

  1. แรงดันไฟฟ้าขาเข้า การเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้าขาเข้าอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและความเสถียรของเอาต์พุต
  2. ความต้องการโหลด ตัวแปลงจะต้องปรับตามการเปลี่ยนแปลงของโหลด เช่น เมื่ออุปกรณ์เริ่มชาร์จ จะมีการเปลี่ยนแปลงแรงดันตามอุปกรณ์ที่ใช้
  3. ความถี่ในการสลับ (Switching) ความถี่ในการสลับที่สูงขึ้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่อาจจะนำไปสู่การสูญเสียพลังงานในรูปแบบของความร้อนได้
  4. คุณภาพของอุปกรณ์ส่วนประกอบของวงจร อย่างเช่น หม้อแปลง สวิตช์ หรือตัวเก็บประจุที่มีคุณภาพต่ำ อาจนำไปสู่การลดประสิทธิภาพและลดอายุการใช้งานได้
  5. อุณหภูมิ ความร้อนที่มากเกินไปอาจทำให้ส่วนประกอบต่างๆ เสื่อมสภาพและมีประสิทธิภาพลดลง

การใช้งานของตัวแปลงฟลายแบ็ก Flyback Converter

ตัวแปลงฟลายแบ็กถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย เนื่องจากมีขนาดกะทัดรัดและมีประสิทธิภาพสูง ยกตัวอย่าง เช่น ที่ชาร์จโทรศัพท์และอะแดปเตอร์ ซึ่งตัวแปลงมีหน้าที่ในการลดแรงดันไฟฟ้าสูงจากเต้ารับที่ผนังลงเหลือ 5V หรือ 9V ตามที่สมาร์ทโฟนต้องการ รวมทั้งเป็นตัว LED Driver ที่มีหน้าที่ในการทำให้แรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้ามีความเรียบและสม่ำเสมอ ซึ่งจำเป็นต่อการจ่ายไฟให้กับไฟ LED นอกจากนี้ยังมีการใช้ตัวแปลงในส่วนของการจ่ายไฟให้กับวงจรภายในของอุปกรณ์บางชนิด เช่น ทีวีและจอภาพบางรุ่น ตลอดจนอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ และระบบพลังงานหมุนเวียน ที่ต้องมีการพึ่งพาตัวแปลงเหล่านี้ไว้ใช้ในเครื่องจักรที่ต้องการการควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้มีความเสถียรและถูกต้องแม่นยำตาม specification ของระบบ ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จ หรือการมีหน้าที่เป็นอินเวอร์เตอร์

สรุป

วงจรอิเล็กทรอนิกส์ Flyback Converter เปรียบเสมือนวงจรหลักของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้านกำลังไฟฟ้าสมัยใหม่ หรือ Power Electronic ที่มีความสามารถในการแปลงแรงดันไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการแยกแรงดันไฟฟ้า (Input-Output Isolation) และมีขนาดกะทัดรัด คุ้มต้นทุน ทำให้วงจรนี้ขาดไม่ได้ในการใช้งานในปัจจุบัน ตั้งแต่การชาร์จโทรศัพท์ไปจนถึงการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์อุตสาหกรรมต่างๆ ดังนั้นวงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback Converter) จึงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ด้าน Power Electronics สมัยใหม่ ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีประโยชน์อย่างมากต่อในปัจจุบันและอนาคต

วงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback converter) คืออะไรและหลักการทำงานของวงจร

วงจร Flyback Converter หัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในชีวิตประจำวัน เปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าได้อย่างมหัศจรรย์

นักเขียนบทความ
by 
นักเขียนบทความ
วงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback converter) คืออะไรและหลักการทำงานของวงจร

วงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback converter) คืออะไรและหลักการทำงานของวงจร

วงจร Flyback Converter หัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในชีวิตประจำวัน เปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าได้อย่างมหัศจรรย์

วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายซึ่งมีบทบาทสำคัญในเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งเป็นวงจรแหล่งจ่ายไฟชนิดหนึ่งที่แปลงระดับแรงดันไฟฟ้าจากระดับหนึ่งเป็นอีกระดับ มักใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ เช่น ที่ชาร์จโทรศัพท์ อะแดปเตอร์ แล็ปท็อป หรือแม้แต่ในทีวีบางรุ่น นั่นก็คือ วงจร Flyback Converter เป็นวงจรที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งและมีประโยชน์อย่างแพร่หลาย ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการศึกษาค้นคว้า หลักการทำงานพื้นฐานของวงจร กลไกการทำงาน การนำวงจรไปใช้ประโยชน์ และปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อให้สามารถเข้าใจและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อในอนาคต

ความหมายที่แท้จริงของ ฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback converter)

วงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback Converter) คือแหล่งจ่ายไฟแบบสวิตช์ (SMPS: Switched-Mode Power Supply) ที่มีหน้าที่ในการแปลงระดับแรงดันไฟฟ้า โดยทั่วไปจะใช้เพื่อแปลงหรือควบคุมอินพุตแรงดันสูงให้เป็นเอาต์พุตแรงดันต่ำ ยกตัวอย่าง เช่น แปลงแรงดันไฟฟ้าจากเต้ารับที่ผนังบ้านไปยังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องการใช้งาน ซึ่งแตกต่างจากแหล่งจ่ายไฟเชิงเส้นแบบเดิม วงจร Flyback Converter นี้ มีประสิทธิภาพสูง กะทัดรัด และคุ้มต้นทุน ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย

หลักการทำงานของวงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback Converter)

Flyback Converter ทำงานบนหลักการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) และปล่อยพลังงาน Energy (Release) โดยมีหลักการดังต่อไปนี้ คือ:

  • ภาคการจัดเก็บเก็บพลังงาน โดยปกติทั่วไป มี สวิตซ์ คือทรานซิสเตอร์ต่อกับวงจร และเมื่อ สวิตซ์ ON  กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านขดลวดหลัก (Primary Winding) ของหม้อแปลง โดยกักเก็บพลังงานไว้ในสนามแม่เหล็ก
  • ส่วนในภาคการถ่ายเทพลังงานนั้น เมื่อสวิตช์ปิด หรือ สวิตซ์ OFF สนามแม่เหล็กจะลดลง และพลังงานที่กักเก็บไว้จะถูกถ่ายโอนไปยังขดลวดรอง (Secondary Winding) จากนั้นพลังงานนี้จะถูกปรับและกรองเพื่อให้ได้แรงดันไฟฟ้าขาออกตามที่ต้องการ

ซึ่งสามารถอธิบายเป็นขั้นตอนอย่างง่ายๆ ได้ดังนี้คือ เริ่มต้นจากการได้รับแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) จากผนังกำแพงบ้านแปลงเป็น แรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ด้วยวงจรไดโอด (Diode Bridge) จากนั้น แรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC) นี้ จะถูกป้อนเข้ามายังวงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback Converter) หรือ ทรานส์ฟอร์เมอร์ และเมื่อสวิตซ์ ON กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านขดลวดหลัก (Primary Winding) ของหม้อแปลง โดยกักเก็บพลังงานสนามแม่เหล็กภายในหม้อแปลงทรานฟอร์เมอร์ จากนั้นเมื่อสวิตช์ OFF สนามแม่เหล็กจะลดลง พลังงานที่กักเก็บไว้จะถูกถ่ายโอนไปยังขดลวดรอง (Secondary Winding) แรงดันจะถูกปรับและกรองเป็นไฟฟ้ากระแสตรง DC ขาออกที่มีสัญญาณเรียบและคงที่ อย่างไรก็ตามภายในวงจรนั้นก็จะมีวงจร Feedback Control ในการควบคุมปรับสัญญาณให้ได้ตามที่ต้องการ

ดังนั้น วงจร Flyback Converter จะทำงานในโหมดของการนำไฟฟ้าแบบไม่ต่อเนื่อง (Discontinuous Conduction Mode หรือ DCM) ซึ่งหมายความว่าสนามแม่เหล็กของหม้อแปลงจะยุบตัวลงอย่างสมบูรณ์ในแต่ละรอบการสลับสวิตช์ (Switching) ซึ่งช่วยให้สามารถถ่ายโอนพลังงานและแยกไฟฟ้าระหว่างอินพุตและเอาต์พุตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การพิจารณาปัจจัยต่อมีผลกระทบต่อวง Flyback Converter

ปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพของ Flyback Converter สามารถแบ่งออกได้ดังนี้

  1. แรงดันไฟฟ้าขาเข้า การเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้าขาเข้าอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและความเสถียรของเอาต์พุต
  2. ความต้องการโหลด ตัวแปลงจะต้องปรับตามการเปลี่ยนแปลงของโหลด เช่น เมื่ออุปกรณ์เริ่มชาร์จ จะมีการเปลี่ยนแปลงแรงดันตามอุปกรณ์ที่ใช้
  3. ความถี่ในการสลับ (Switching) ความถี่ในการสลับที่สูงขึ้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่อาจจะนำไปสู่การสูญเสียพลังงานในรูปแบบของความร้อนได้
  4. คุณภาพของอุปกรณ์ส่วนประกอบของวงจร อย่างเช่น หม้อแปลง สวิตช์ หรือตัวเก็บประจุที่มีคุณภาพต่ำ อาจนำไปสู่การลดประสิทธิภาพและลดอายุการใช้งานได้
  5. อุณหภูมิ ความร้อนที่มากเกินไปอาจทำให้ส่วนประกอบต่างๆ เสื่อมสภาพและมีประสิทธิภาพลดลง

การใช้งานของตัวแปลงฟลายแบ็ก Flyback Converter

ตัวแปลงฟลายแบ็กถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย เนื่องจากมีขนาดกะทัดรัดและมีประสิทธิภาพสูง ยกตัวอย่าง เช่น ที่ชาร์จโทรศัพท์และอะแดปเตอร์ ซึ่งตัวแปลงมีหน้าที่ในการลดแรงดันไฟฟ้าสูงจากเต้ารับที่ผนังลงเหลือ 5V หรือ 9V ตามที่สมาร์ทโฟนต้องการ รวมทั้งเป็นตัว LED Driver ที่มีหน้าที่ในการทำให้แรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้ามีความเรียบและสม่ำเสมอ ซึ่งจำเป็นต่อการจ่ายไฟให้กับไฟ LED นอกจากนี้ยังมีการใช้ตัวแปลงในส่วนของการจ่ายไฟให้กับวงจรภายในของอุปกรณ์บางชนิด เช่น ทีวีและจอภาพบางรุ่น ตลอดจนอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ และระบบพลังงานหมุนเวียน ที่ต้องมีการพึ่งพาตัวแปลงเหล่านี้ไว้ใช้ในเครื่องจักรที่ต้องการการควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้มีความเสถียรและถูกต้องแม่นยำตาม specification ของระบบ ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จ หรือการมีหน้าที่เป็นอินเวอร์เตอร์

สรุป

วงจรอิเล็กทรอนิกส์ Flyback Converter เปรียบเสมือนวงจรหลักของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้านกำลังไฟฟ้าสมัยใหม่ หรือ Power Electronic ที่มีความสามารถในการแปลงแรงดันไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการแยกแรงดันไฟฟ้า (Input-Output Isolation) และมีขนาดกะทัดรัด คุ้มต้นทุน ทำให้วงจรนี้ขาดไม่ได้ในการใช้งานในปัจจุบัน ตั้งแต่การชาร์จโทรศัพท์ไปจนถึงการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์อุตสาหกรรมต่างๆ ดังนั้นวงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback Converter) จึงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ด้าน Power Electronics สมัยใหม่ ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีประโยชน์อย่างมากต่อในปัจจุบันและอนาคต

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Suspendisse varius enim in eros elementum tristique. Duis cursus, mi quis viverra ornare, eros dolor interdum nulla, ut commodo diam libero vitae erat. Aenean faucibus nibh et justo cursus id rutrum lorem imperdiet. Nunc ut sem vitae risus tristique posuere.

วงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback converter) คืออะไรและหลักการทำงานของวงจร

วงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback converter) คืออะไรและหลักการทำงานของวงจร

วงจร Flyback Converter หัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในชีวิตประจำวัน เปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าได้อย่างมหัศจรรย์

Lorem ipsum dolor amet consectetur adipiscing elit tortor massa arcu non.

วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายซึ่งมีบทบาทสำคัญในเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งเป็นวงจรแหล่งจ่ายไฟชนิดหนึ่งที่แปลงระดับแรงดันไฟฟ้าจากระดับหนึ่งเป็นอีกระดับ มักใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ เช่น ที่ชาร์จโทรศัพท์ อะแดปเตอร์ แล็ปท็อป หรือแม้แต่ในทีวีบางรุ่น นั่นก็คือ วงจร Flyback Converter เป็นวงจรที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งและมีประโยชน์อย่างแพร่หลาย ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการศึกษาค้นคว้า หลักการทำงานพื้นฐานของวงจร กลไกการทำงาน การนำวงจรไปใช้ประโยชน์ และปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อให้สามารถเข้าใจและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อในอนาคต

ความหมายที่แท้จริงของ ฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback converter)

วงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback Converter) คือแหล่งจ่ายไฟแบบสวิตช์ (SMPS: Switched-Mode Power Supply) ที่มีหน้าที่ในการแปลงระดับแรงดันไฟฟ้า โดยทั่วไปจะใช้เพื่อแปลงหรือควบคุมอินพุตแรงดันสูงให้เป็นเอาต์พุตแรงดันต่ำ ยกตัวอย่าง เช่น แปลงแรงดันไฟฟ้าจากเต้ารับที่ผนังบ้านไปยังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องการใช้งาน ซึ่งแตกต่างจากแหล่งจ่ายไฟเชิงเส้นแบบเดิม วงจร Flyback Converter นี้ มีประสิทธิภาพสูง กะทัดรัด และคุ้มต้นทุน ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย

หลักการทำงานของวงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback Converter)

Flyback Converter ทำงานบนหลักการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) และปล่อยพลังงาน Energy (Release) โดยมีหลักการดังต่อไปนี้ คือ:

  • ภาคการจัดเก็บเก็บพลังงาน โดยปกติทั่วไป มี สวิตซ์ คือทรานซิสเตอร์ต่อกับวงจร และเมื่อ สวิตซ์ ON  กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านขดลวดหลัก (Primary Winding) ของหม้อแปลง โดยกักเก็บพลังงานไว้ในสนามแม่เหล็ก
  • ส่วนในภาคการถ่ายเทพลังงานนั้น เมื่อสวิตช์ปิด หรือ สวิตซ์ OFF สนามแม่เหล็กจะลดลง และพลังงานที่กักเก็บไว้จะถูกถ่ายโอนไปยังขดลวดรอง (Secondary Winding) จากนั้นพลังงานนี้จะถูกปรับและกรองเพื่อให้ได้แรงดันไฟฟ้าขาออกตามที่ต้องการ

ซึ่งสามารถอธิบายเป็นขั้นตอนอย่างง่ายๆ ได้ดังนี้คือ เริ่มต้นจากการได้รับแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) จากผนังกำแพงบ้านแปลงเป็น แรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ด้วยวงจรไดโอด (Diode Bridge) จากนั้น แรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC) นี้ จะถูกป้อนเข้ามายังวงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback Converter) หรือ ทรานส์ฟอร์เมอร์ และเมื่อสวิตซ์ ON กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านขดลวดหลัก (Primary Winding) ของหม้อแปลง โดยกักเก็บพลังงานสนามแม่เหล็กภายในหม้อแปลงทรานฟอร์เมอร์ จากนั้นเมื่อสวิตช์ OFF สนามแม่เหล็กจะลดลง พลังงานที่กักเก็บไว้จะถูกถ่ายโอนไปยังขดลวดรอง (Secondary Winding) แรงดันจะถูกปรับและกรองเป็นไฟฟ้ากระแสตรง DC ขาออกที่มีสัญญาณเรียบและคงที่ อย่างไรก็ตามภายในวงจรนั้นก็จะมีวงจร Feedback Control ในการควบคุมปรับสัญญาณให้ได้ตามที่ต้องการ

ดังนั้น วงจร Flyback Converter จะทำงานในโหมดของการนำไฟฟ้าแบบไม่ต่อเนื่อง (Discontinuous Conduction Mode หรือ DCM) ซึ่งหมายความว่าสนามแม่เหล็กของหม้อแปลงจะยุบตัวลงอย่างสมบูรณ์ในแต่ละรอบการสลับสวิตช์ (Switching) ซึ่งช่วยให้สามารถถ่ายโอนพลังงานและแยกไฟฟ้าระหว่างอินพุตและเอาต์พุตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การพิจารณาปัจจัยต่อมีผลกระทบต่อวง Flyback Converter

ปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพของ Flyback Converter สามารถแบ่งออกได้ดังนี้

  1. แรงดันไฟฟ้าขาเข้า การเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้าขาเข้าอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและความเสถียรของเอาต์พุต
  2. ความต้องการโหลด ตัวแปลงจะต้องปรับตามการเปลี่ยนแปลงของโหลด เช่น เมื่ออุปกรณ์เริ่มชาร์จ จะมีการเปลี่ยนแปลงแรงดันตามอุปกรณ์ที่ใช้
  3. ความถี่ในการสลับ (Switching) ความถี่ในการสลับที่สูงขึ้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่อาจจะนำไปสู่การสูญเสียพลังงานในรูปแบบของความร้อนได้
  4. คุณภาพของอุปกรณ์ส่วนประกอบของวงจร อย่างเช่น หม้อแปลง สวิตช์ หรือตัวเก็บประจุที่มีคุณภาพต่ำ อาจนำไปสู่การลดประสิทธิภาพและลดอายุการใช้งานได้
  5. อุณหภูมิ ความร้อนที่มากเกินไปอาจทำให้ส่วนประกอบต่างๆ เสื่อมสภาพและมีประสิทธิภาพลดลง

การใช้งานของตัวแปลงฟลายแบ็ก Flyback Converter

ตัวแปลงฟลายแบ็กถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย เนื่องจากมีขนาดกะทัดรัดและมีประสิทธิภาพสูง ยกตัวอย่าง เช่น ที่ชาร์จโทรศัพท์และอะแดปเตอร์ ซึ่งตัวแปลงมีหน้าที่ในการลดแรงดันไฟฟ้าสูงจากเต้ารับที่ผนังลงเหลือ 5V หรือ 9V ตามที่สมาร์ทโฟนต้องการ รวมทั้งเป็นตัว LED Driver ที่มีหน้าที่ในการทำให้แรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้ามีความเรียบและสม่ำเสมอ ซึ่งจำเป็นต่อการจ่ายไฟให้กับไฟ LED นอกจากนี้ยังมีการใช้ตัวแปลงในส่วนของการจ่ายไฟให้กับวงจรภายในของอุปกรณ์บางชนิด เช่น ทีวีและจอภาพบางรุ่น ตลอดจนอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ และระบบพลังงานหมุนเวียน ที่ต้องมีการพึ่งพาตัวแปลงเหล่านี้ไว้ใช้ในเครื่องจักรที่ต้องการการควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้มีความเสถียรและถูกต้องแม่นยำตาม specification ของระบบ ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จ หรือการมีหน้าที่เป็นอินเวอร์เตอร์

สรุป

วงจรอิเล็กทรอนิกส์ Flyback Converter เปรียบเสมือนวงจรหลักของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้านกำลังไฟฟ้าสมัยใหม่ หรือ Power Electronic ที่มีความสามารถในการแปลงแรงดันไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการแยกแรงดันไฟฟ้า (Input-Output Isolation) และมีขนาดกะทัดรัด คุ้มต้นทุน ทำให้วงจรนี้ขาดไม่ได้ในการใช้งานในปัจจุบัน ตั้งแต่การชาร์จโทรศัพท์ไปจนถึงการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์อุตสาหกรรมต่างๆ ดังนั้นวงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ (Flyback Converter) จึงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ด้าน Power Electronics สมัยใหม่ ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีประโยชน์อย่างมากต่อในปัจจุบันและอนาคต