Sub-6 GHz เป็นช่วงความถี่ที่มีบทบาทสำคัญในเทคโนโลยี 5G โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารในแง่ของพื้นที่ครอบคลุม ความเสถียรของสัญญาณ และความสามารถในการรองร
บันเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า การใช้ชีวิตประจำวันต้องมีการพึ่งพาเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น WIFI อินเตอร์เน็ตบ้าน โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการสื่อสารหรือเชื่อมต่อเพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกต่อการดำรงชีวิตล้วนแล้วมาจากเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม เทคโนโลยี 5G ก็เช่นเดียวกันที่มีความสามารถในการประโยชน์จากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าย่านความถี่หนึ่ง เพื่อตอบสนองการสื่อสารให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี 5G ก็ยังมีข้อจำกัดหลายประการที่ยังต้องมีการพัฒนา ดังนั้นจึงทำให้การค้นคว้าวิจัยโดยนำเอาช่วงความถี่ Sub-6 Hz มาทำให้เกิดประโยชน์และเพิ่มประสิทธิภาพของเทคโนโลยี 5G ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผลจากการนำมาใช้นั้น จึงนำไปสู่การขยายขอบเขตพื้นที่ครอบคลุมกว้างมากยิ่งขึ้น ต้นทุนราคาที่ลดลง และสามารตอบสนองต่อผู้ใช้งานได้ดี อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสสำหรับการใช้งานในเรื่องของ Iots (Internet of Things) ได้หลากหลายอีกด้วย
Sub-6 GHz จะอยู่ที่ช่วงความถี่ระหว่าง 1-6 GHz ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วงความถี่ได้ ดังนี้
1. 600 MHz ถึง 2.4 GHz เรียกว่า Low band frequency
2. 1 GHz ถึง 6 GHz เรียกว่า Mid- band frequency
ในความถี่ Sub-6 GHz เป็นช่วงความถี่ที่มีคุณลักษณ์ฉพาะและมีประสิทธิภาพต่อการสื่อสารโทรคมนาคมและการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยี IOTs เพราะเนื่องจากความถี่ที่สามารถใช้งานได้นั้นทับซ้อนกันระหว่าง 4G ถึง 5G (mmWave) โดย Sub-6 GHz นั้นถูกพิจารณาให้อยู่ภายในส่วนของ 5G NR (NR: New Radio) หรือในบางเอกสารวิชาการนั้นจะแบ่งออกเป็น Frequency Range 1 (FR1) คือ ความถี่ในช่วง sub-6GHz และ Frequency Range 2 (FR2) คือความถี่ในช่วง mmWave อย่างไรก็ตามเพื่อให้สามารถเข้าใจได้ง่าย จึงขอแบ่งออกเป็น 2 ช่วงความถี่กว้างๆ ดังภาพด้านล่าง ดังนี้
ความได้เปรียบของการใช้งาน Sub-6 GHz
Image from: Fu, Yaling & Li, Chao & Qiu, Kaifeng & Wang, Yang & Zhang, Chunhong. (2020). Research on Urban Distribution Network Planning and Optimization Measures Based on Real 3D Scenes. Journal of Physics
• IOTs
• Smart home
• Industrial Use case for IOT
• Mobile Phone
โดยอุปกรณ์หรือแอพลิเคชั่นในการใช้งานนั้น อาศัยความได้เปรียบของ Sub-6 GHz ทั้งในด้านของพื้นที่ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ความมีเสถียรภาพของสัญญาณผ่านสิ่งกีดขวางอื่นๆ ด้วยคุณสมบัติความยาวคลื่นที่สูง และช่วงความถี่ที่ทับซ้อนกันระหว่าง 4G – 5G ที่มีการใช้งานไม่มากที่จะส่งผลต่อปริมาณความจุของช่อง สัญญาณ (Capacities) ดังนั้น ในย่านความถี่ Sub-6 GHz ปริมาณความจุ Capacities จึงสามารถเพิ่มขึ้นได้ ทำให้เกิดการใช้งานแอพลิเคชั่นอื่นๆและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น