นวัตกรรมในการใช้ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive วางบนแผงวงจร (SMT) สำหรับอุปกรณ์ IoT

เทคโนโลยี SMT ได้ปฏิวัติการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบพาสซีฟ ทำให้สามารถติดตั้งบนบอร์ดวงจรได้โดยตรง เพิ่มความเร็วในการผลิตและลดขนาดอุปกรณ์ IoT

นวัตกรรมในการใช้ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive วางบนแผงวงจร (SMT) สำหรับอุปกรณ์ IoT

ในอดีตการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาประกอบเข้าด้วยกันนั้น ต้องใช้วิธีการเจาะเข้าไปที่แผงวงจรแล้วเชื่อมด้วยโลหะเพื่อให้มีความมั่นคงแข็งแรงและยึดประสานเชื่อมต่อกันได้ แต่ในยุคปัจจุบัน การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ได้มีการยกระดับนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้ ทำให้การประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นั้นกระทำได้ง่ายแต่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น  จนนำไปสู่เทคโนโลยี Surface-Mount Technology ในการเชื่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนแผงวงจรโดยไม่ต้องมีการเจาะเข้าไปในแผง ซึ่งในการวางอุปกรณ์แต่ละชิ้นนั้นจะถูกออกแบบและจัดวางอย่างถูกต้อง แม่นยำ ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สามารถช่วยในการลดขนาดพื้นที่และจัดสรรพื้นที่ในการวางส่วนประกอบอื่นๆได้มากขึ้น อีกทั้งเมื่อมีการนำเอาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ประกอบเข้าไปกับแผงวงจรของ IOT  สามารถยกระดับการทำงานของ IOT ได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารผ่านไร้สาย ระบบเซ็นเซอร์ และไมโครคอนโทรลเลอร์ เป็นต้น

เทคโนโลยีการเชื่อมส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบ SMT

อุตสาหกรรมด้านอิเล็กทรอนิกส์ได้คิดค้นหาวิธีการที่ทำให้การผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีขนาดที่เล็กลง ด้วยความต้องการจากผู้บริโภคทั้งในเรื่องของการใช้งาน อีกทั้งขนาดของผลิตภัณฑ์ หรือ Product ที่มีแนวโน้มลดงให้ทันสมัยและสะดวกต่อการใช้งานในยุคปัจจุบัน วิวัฒนาการเรื่อง  Surface-Mount Technology (SMT) จึงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  โดยทั่วไปการวางส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบเก่าคือการเจาะเข้าไปที่แผงวงจร PCB บอร์ดและเชื่อมต่อด้วยโลหะในการยึดติดกับแผง ในทางตรงข้ามการวางส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบ SMT นั้นสามารถกระทำได้โดยเชื่อมกับบอร์ดทั้งสองด้าน จึงสามารถประหยัดพื้นที่ในการออกแบบวงจรอื่นๆได้เพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงต้องมีส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเทคโนโลยี Surface-Mount Technology (SMT) นั่นก็คือ Surface-Mount Device (SMD) เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการวางบนแผงวงจรที่ไม่ใช้เจาะ โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เรียกว่า Surface-Mount Equipment (SME) ในการเชื่อมต่อกับแผง  โดยรวมจึงเรียกว่า  Surface-Mount Package (SMP) เป็นชุดอุปกรณ์ที่รวมทุกอย่างของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มาจาก SMD

อุปกรณ์ IOT ด้านอินเทอร์เน็ตที่ใช้ชุดอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive และ SMT

ในวงจรที่ใช้งานชุดอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive และ SMT ด้าน IoT นั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในส่วนประกอบและเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ในการสื่อสาร โดยมีจุดประสงค์หลักคือ

1. การรวบรวมข้อมูลต่างๆจากระบบเซ็นเซอร์

2. การส่งข้อมูลไปมาระหว่างกัน

3. การรับข้อมูลที่ต้องการโดยการสื่อสารไร้สาย

4. การเชื่อมต่อกันระหว่างระบบทุกระบบหรือที่เรียกว่า Integration of Communication

- Wireless Communication and Connectivity การเชื่อมต่ออินเทอเน็ตไร้สายในการสื่อสารกันระหว่างอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ และเมื่อนำอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ประกอบเข้าด้วยกันกลายเป็นชุดอุปกรณ์การสื่อสารหรือโมดูลการสื่อสารไร้สาย ยกตัวอย่าง เช่น Cellular Connectivity (5G), Low-power wide area network (LPWAN), LORAWAN, NN-IoT เป็นต้น

- Sensor System ระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ เมื่อมีหลายๆ เซ็นเซอร์เข้าด้วยกันโดย จึงต้องมีการรวบรวมข้อมูลของแต่ละเซ็นเซอร์และบูรณาการเชื่อมต่อกันให้สมบูรณ์ นำไปสู่การใช้ IoT พร้อมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ที่เป็นส่วนประกอบในการเชื่อมต่อวงจรการสื่อสาร

- ภายในวงจร Power Supply ซึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ไม่ว่าจะเป็นตัวต้านทาน ตัวอินดักเตอร์ และตัวคาปาซิเตอร์ ถูกใช้งานการควบคุมและกรองสัญญาณไฟฟ้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับโหลดและสัญญาณที่เข้าและออกจากวงจร

- ภายในวงจรไมโครคอนโทรลเลอร์ (Microcontroller) สามารถเลือกใช้งานอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความต้องการของผู้ใช้ ยกตัวอย่าง เช่น ความต้องการในการแปลงแรงดัน DC เป็น AC โดยใช้ ตัวอินดักเตอร์ และตัวคาปาซิเตอร์ ต่อวงจรการแปลงไฟฟ้าในอินเวอร์เตอร์ (Inverter) เป็นต้น

- ภายในวงจรการสื่อสารวิทยุ หรือ วงจร RF อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive จะถูกใช้งานในการกรอง (Filter) ความถี่ย่านที่ต้องการ

อิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ที่ใช้มีอะไรบ้าง

- ตัวต้านทานหรือตัว R (Resistor) เป็นส่วนประกอบหลักในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในการจำกัดการไหลของกระแสไฟฟ้าให้เป็นไปตามผลลัพธ์ที่ต้องการ

- ตัวเหนี่ยวนำหรือ ตัว L (Inductor) เป็นตัวเก็บพลังงานในรูปแบบของสนามแม่เหล็กเมื่อการเกิดการเหนี่ยวนำ

- ตัวคาปาซิเตอร์หรือ ตัว C (Capacitor) เป็นตัวเก็บพลังงานในเพื่อให้แรงดันมีความราบเรียบเมื่อปล่อยพลังงานออกมา ซึ่งหลักๆคือการใช้งานในรูปแบบของการกรองสิ่งรบกวนต่างๆ หรือ Noise  และการทำให้แรงดันไฟฟ้ามีความเสถียรมากขึ้น

นวัตกรรมในการใช้ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive วางบนแผงวงจร (SMT) สำหรับอุปกรณ์ IoT

เทคโนโลยี SMT ได้ปฏิวัติการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบพาสซีฟ ทำให้สามารถติดตั้งบนบอร์ดวงจรได้โดยตรง เพิ่มความเร็วในการผลิตและลดขนาดอุปกรณ์ IoT

นักเขียนบทความ
by 
นักเขียนบทความ
นวัตกรรมในการใช้ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive วางบนแผงวงจร (SMT) สำหรับอุปกรณ์ IoT

นวัตกรรมในการใช้ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive วางบนแผงวงจร (SMT) สำหรับอุปกรณ์ IoT

เทคโนโลยี SMT ได้ปฏิวัติการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบพาสซีฟ ทำให้สามารถติดตั้งบนบอร์ดวงจรได้โดยตรง เพิ่มความเร็วในการผลิตและลดขนาดอุปกรณ์ IoT

ในอดีตการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาประกอบเข้าด้วยกันนั้น ต้องใช้วิธีการเจาะเข้าไปที่แผงวงจรแล้วเชื่อมด้วยโลหะเพื่อให้มีความมั่นคงแข็งแรงและยึดประสานเชื่อมต่อกันได้ แต่ในยุคปัจจุบัน การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ได้มีการยกระดับนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้ ทำให้การประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นั้นกระทำได้ง่ายแต่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น  จนนำไปสู่เทคโนโลยี Surface-Mount Technology ในการเชื่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนแผงวงจรโดยไม่ต้องมีการเจาะเข้าไปในแผง ซึ่งในการวางอุปกรณ์แต่ละชิ้นนั้นจะถูกออกแบบและจัดวางอย่างถูกต้อง แม่นยำ ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สามารถช่วยในการลดขนาดพื้นที่และจัดสรรพื้นที่ในการวางส่วนประกอบอื่นๆได้มากขึ้น อีกทั้งเมื่อมีการนำเอาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ประกอบเข้าไปกับแผงวงจรของ IOT  สามารถยกระดับการทำงานของ IOT ได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารผ่านไร้สาย ระบบเซ็นเซอร์ และไมโครคอนโทรลเลอร์ เป็นต้น

เทคโนโลยีการเชื่อมส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบ SMT

อุตสาหกรรมด้านอิเล็กทรอนิกส์ได้คิดค้นหาวิธีการที่ทำให้การผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีขนาดที่เล็กลง ด้วยความต้องการจากผู้บริโภคทั้งในเรื่องของการใช้งาน อีกทั้งขนาดของผลิตภัณฑ์ หรือ Product ที่มีแนวโน้มลดงให้ทันสมัยและสะดวกต่อการใช้งานในยุคปัจจุบัน วิวัฒนาการเรื่อง  Surface-Mount Technology (SMT) จึงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  โดยทั่วไปการวางส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบเก่าคือการเจาะเข้าไปที่แผงวงจร PCB บอร์ดและเชื่อมต่อด้วยโลหะในการยึดติดกับแผง ในทางตรงข้ามการวางส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบ SMT นั้นสามารถกระทำได้โดยเชื่อมกับบอร์ดทั้งสองด้าน จึงสามารถประหยัดพื้นที่ในการออกแบบวงจรอื่นๆได้เพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงต้องมีส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเทคโนโลยี Surface-Mount Technology (SMT) นั่นก็คือ Surface-Mount Device (SMD) เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการวางบนแผงวงจรที่ไม่ใช้เจาะ โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เรียกว่า Surface-Mount Equipment (SME) ในการเชื่อมต่อกับแผง  โดยรวมจึงเรียกว่า  Surface-Mount Package (SMP) เป็นชุดอุปกรณ์ที่รวมทุกอย่างของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มาจาก SMD

อุปกรณ์ IOT ด้านอินเทอร์เน็ตที่ใช้ชุดอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive และ SMT

ในวงจรที่ใช้งานชุดอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive และ SMT ด้าน IoT นั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในส่วนประกอบและเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ในการสื่อสาร โดยมีจุดประสงค์หลักคือ

1. การรวบรวมข้อมูลต่างๆจากระบบเซ็นเซอร์

2. การส่งข้อมูลไปมาระหว่างกัน

3. การรับข้อมูลที่ต้องการโดยการสื่อสารไร้สาย

4. การเชื่อมต่อกันระหว่างระบบทุกระบบหรือที่เรียกว่า Integration of Communication

- Wireless Communication and Connectivity การเชื่อมต่ออินเทอเน็ตไร้สายในการสื่อสารกันระหว่างอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ และเมื่อนำอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ประกอบเข้าด้วยกันกลายเป็นชุดอุปกรณ์การสื่อสารหรือโมดูลการสื่อสารไร้สาย ยกตัวอย่าง เช่น Cellular Connectivity (5G), Low-power wide area network (LPWAN), LORAWAN, NN-IoT เป็นต้น

- Sensor System ระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ เมื่อมีหลายๆ เซ็นเซอร์เข้าด้วยกันโดย จึงต้องมีการรวบรวมข้อมูลของแต่ละเซ็นเซอร์และบูรณาการเชื่อมต่อกันให้สมบูรณ์ นำไปสู่การใช้ IoT พร้อมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ที่เป็นส่วนประกอบในการเชื่อมต่อวงจรการสื่อสาร

- ภายในวงจร Power Supply ซึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ไม่ว่าจะเป็นตัวต้านทาน ตัวอินดักเตอร์ และตัวคาปาซิเตอร์ ถูกใช้งานการควบคุมและกรองสัญญาณไฟฟ้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับโหลดและสัญญาณที่เข้าและออกจากวงจร

- ภายในวงจรไมโครคอนโทรลเลอร์ (Microcontroller) สามารถเลือกใช้งานอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความต้องการของผู้ใช้ ยกตัวอย่าง เช่น ความต้องการในการแปลงแรงดัน DC เป็น AC โดยใช้ ตัวอินดักเตอร์ และตัวคาปาซิเตอร์ ต่อวงจรการแปลงไฟฟ้าในอินเวอร์เตอร์ (Inverter) เป็นต้น

- ภายในวงจรการสื่อสารวิทยุ หรือ วงจร RF อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive จะถูกใช้งานในการกรอง (Filter) ความถี่ย่านที่ต้องการ

อิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ที่ใช้มีอะไรบ้าง

- ตัวต้านทานหรือตัว R (Resistor) เป็นส่วนประกอบหลักในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในการจำกัดการไหลของกระแสไฟฟ้าให้เป็นไปตามผลลัพธ์ที่ต้องการ

- ตัวเหนี่ยวนำหรือ ตัว L (Inductor) เป็นตัวเก็บพลังงานในรูปแบบของสนามแม่เหล็กเมื่อการเกิดการเหนี่ยวนำ

- ตัวคาปาซิเตอร์หรือ ตัว C (Capacitor) เป็นตัวเก็บพลังงานในเพื่อให้แรงดันมีความราบเรียบเมื่อปล่อยพลังงานออกมา ซึ่งหลักๆคือการใช้งานในรูปแบบของการกรองสิ่งรบกวนต่างๆ หรือ Noise  และการทำให้แรงดันไฟฟ้ามีความเสถียรมากขึ้น

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Suspendisse varius enim in eros elementum tristique. Duis cursus, mi quis viverra ornare, eros dolor interdum nulla, ut commodo diam libero vitae erat. Aenean faucibus nibh et justo cursus id rutrum lorem imperdiet. Nunc ut sem vitae risus tristique posuere.

นวัตกรรมในการใช้ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive วางบนแผงวงจร (SMT) สำหรับอุปกรณ์ IoT

นวัตกรรมในการใช้ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive วางบนแผงวงจร (SMT) สำหรับอุปกรณ์ IoT

เทคโนโลยี SMT ได้ปฏิวัติการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบพาสซีฟ ทำให้สามารถติดตั้งบนบอร์ดวงจรได้โดยตรง เพิ่มความเร็วในการผลิตและลดขนาดอุปกรณ์ IoT

Lorem ipsum dolor amet consectetur adipiscing elit tortor massa arcu non.

ในอดีตการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาประกอบเข้าด้วยกันนั้น ต้องใช้วิธีการเจาะเข้าไปที่แผงวงจรแล้วเชื่อมด้วยโลหะเพื่อให้มีความมั่นคงแข็งแรงและยึดประสานเชื่อมต่อกันได้ แต่ในยุคปัจจุบัน การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ได้มีการยกระดับนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้ ทำให้การประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นั้นกระทำได้ง่ายแต่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น  จนนำไปสู่เทคโนโลยี Surface-Mount Technology ในการเชื่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนแผงวงจรโดยไม่ต้องมีการเจาะเข้าไปในแผง ซึ่งในการวางอุปกรณ์แต่ละชิ้นนั้นจะถูกออกแบบและจัดวางอย่างถูกต้อง แม่นยำ ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สามารถช่วยในการลดขนาดพื้นที่และจัดสรรพื้นที่ในการวางส่วนประกอบอื่นๆได้มากขึ้น อีกทั้งเมื่อมีการนำเอาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ประกอบเข้าไปกับแผงวงจรของ IOT  สามารถยกระดับการทำงานของ IOT ได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารผ่านไร้สาย ระบบเซ็นเซอร์ และไมโครคอนโทรลเลอร์ เป็นต้น

เทคโนโลยีการเชื่อมส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบ SMT

อุตสาหกรรมด้านอิเล็กทรอนิกส์ได้คิดค้นหาวิธีการที่ทำให้การผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีขนาดที่เล็กลง ด้วยความต้องการจากผู้บริโภคทั้งในเรื่องของการใช้งาน อีกทั้งขนาดของผลิตภัณฑ์ หรือ Product ที่มีแนวโน้มลดงให้ทันสมัยและสะดวกต่อการใช้งานในยุคปัจจุบัน วิวัฒนาการเรื่อง  Surface-Mount Technology (SMT) จึงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  โดยทั่วไปการวางส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบเก่าคือการเจาะเข้าไปที่แผงวงจร PCB บอร์ดและเชื่อมต่อด้วยโลหะในการยึดติดกับแผง ในทางตรงข้ามการวางส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์แบบ SMT นั้นสามารถกระทำได้โดยเชื่อมกับบอร์ดทั้งสองด้าน จึงสามารถประหยัดพื้นที่ในการออกแบบวงจรอื่นๆได้เพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงต้องมีส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเทคโนโลยี Surface-Mount Technology (SMT) นั่นก็คือ Surface-Mount Device (SMD) เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการวางบนแผงวงจรที่ไม่ใช้เจาะ โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เรียกว่า Surface-Mount Equipment (SME) ในการเชื่อมต่อกับแผง  โดยรวมจึงเรียกว่า  Surface-Mount Package (SMP) เป็นชุดอุปกรณ์ที่รวมทุกอย่างของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มาจาก SMD

อุปกรณ์ IOT ด้านอินเทอร์เน็ตที่ใช้ชุดอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive และ SMT

ในวงจรที่ใช้งานชุดอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive และ SMT ด้าน IoT นั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในส่วนประกอบและเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ในการสื่อสาร โดยมีจุดประสงค์หลักคือ

1. การรวบรวมข้อมูลต่างๆจากระบบเซ็นเซอร์

2. การส่งข้อมูลไปมาระหว่างกัน

3. การรับข้อมูลที่ต้องการโดยการสื่อสารไร้สาย

4. การเชื่อมต่อกันระหว่างระบบทุกระบบหรือที่เรียกว่า Integration of Communication

- Wireless Communication and Connectivity การเชื่อมต่ออินเทอเน็ตไร้สายในการสื่อสารกันระหว่างอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ และเมื่อนำอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ประกอบเข้าด้วยกันกลายเป็นชุดอุปกรณ์การสื่อสารหรือโมดูลการสื่อสารไร้สาย ยกตัวอย่าง เช่น Cellular Connectivity (5G), Low-power wide area network (LPWAN), LORAWAN, NN-IoT เป็นต้น

- Sensor System ระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ เมื่อมีหลายๆ เซ็นเซอร์เข้าด้วยกันโดย จึงต้องมีการรวบรวมข้อมูลของแต่ละเซ็นเซอร์และบูรณาการเชื่อมต่อกันให้สมบูรณ์ นำไปสู่การใช้ IoT พร้อมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ที่เป็นส่วนประกอบในการเชื่อมต่อวงจรการสื่อสาร

- ภายในวงจร Power Supply ซึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ไม่ว่าจะเป็นตัวต้านทาน ตัวอินดักเตอร์ และตัวคาปาซิเตอร์ ถูกใช้งานการควบคุมและกรองสัญญาณไฟฟ้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับโหลดและสัญญาณที่เข้าและออกจากวงจร

- ภายในวงจรไมโครคอนโทรลเลอร์ (Microcontroller) สามารถเลือกใช้งานอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความต้องการของผู้ใช้ ยกตัวอย่าง เช่น ความต้องการในการแปลงแรงดัน DC เป็น AC โดยใช้ ตัวอินดักเตอร์ และตัวคาปาซิเตอร์ ต่อวงจรการแปลงไฟฟ้าในอินเวอร์เตอร์ (Inverter) เป็นต้น

- ภายในวงจรการสื่อสารวิทยุ หรือ วงจร RF อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive จะถูกใช้งานในการกรอง (Filter) ความถี่ย่านที่ต้องการ

อิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive ที่ใช้มีอะไรบ้าง

- ตัวต้านทานหรือตัว R (Resistor) เป็นส่วนประกอบหลักในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในการจำกัดการไหลของกระแสไฟฟ้าให้เป็นไปตามผลลัพธ์ที่ต้องการ

- ตัวเหนี่ยวนำหรือ ตัว L (Inductor) เป็นตัวเก็บพลังงานในรูปแบบของสนามแม่เหล็กเมื่อการเกิดการเหนี่ยวนำ

- ตัวคาปาซิเตอร์หรือ ตัว C (Capacitor) เป็นตัวเก็บพลังงานในเพื่อให้แรงดันมีความราบเรียบเมื่อปล่อยพลังงานออกมา ซึ่งหลักๆคือการใช้งานในรูปแบบของการกรองสิ่งรบกวนต่างๆ หรือ Noise  และการทำให้แรงดันไฟฟ้ามีความเสถียรมากขึ้น