การออกแบบวงจรรวม (IC) เพื่อการลดการใช้พลังงานกำลังถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีบทบาทสำคัญในการลดการบริโภคพลังงานและยืดอายุการ
ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบัน ความต้องการในด้านขนาดเล็ก ประสิทธิภาพสูง และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นของอุปกรณ์ต่างๆ มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์พกพา เช่น โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อป และสมาร์ทวอทช์ กำลังมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นโดยไม่ต้องชาร์จบ่อย การออกแบบ IC ที่ใช้พลังงานต่ำและมีประสิทธิภาพช่วยให้อุปกรณ์เหล่านี้ลดการใช้พลังงาน ยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ และส่งเสริมการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ยั่งยืน
การใช้พลังงานในวงจรรวม (IC) แบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก:
การลดการใช้พลังงานทั้งหมดในระบบจำเป็นต้องควบคุมปัจจัยสำคัญ เช่น แรงดันไฟฟ้าขาเข้า ความถี่ของวงจร และค่าความจุของโหนดที่สวิตช์
พลังงานไดนามิกขึ้นอยู่กับความถี่ในการทำงานและแรงดันไฟฟ้าขาเข้าของระบบ ความถี่ในการทำงานที่สูงขึ้นจะทำให้พลังงานไดนามิกเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการสวิตช์สถานะบ่อย วิธีการลดพลังงานประเภทนี้คือการใช้เทคนิค Dynamic Voltage and Frequency Scaling (DVFS) ซึ่งปรับแรงดันไฟฟ้าและความถี่ของวงจรให้เหมาะสมกับการทำงานและความต้องการใช้งาน
พลังงานสแตติกเกิดจากกระแสรั่วไหลในทรานซิสเตอร์แม้อยู่ในสภาวะคงที่ การลดกระแสรั่วสามารถทำได้โดยใช้เทคโนโลยี CMOS หลายเกณฑ์ (Multi-threshold CMOS) ซึ่งใช้ทรานซิสเตอร์ที่มีเกณฑ์แรงดันไฟฟ้าสูงในส่วนที่ไม่ต้องการการสวิตช์ความเร็วสูง และทรานซิสเตอร์แรงดันต่ำในส่วนที่ต้องการความเร็วสูง
ความท้าทาย
แนวโน้มการพัฒนาsome text
การออกแบบ IC พลังงานต่ำไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของอุปกรณ์พกพาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการลดการใช้พลังงาน เทคนิคต่างๆ เช่น Clock Gating, Power Gating และ Multi-Voltage Design ช่วยให้นักออกแบบ IC บรรลุเป้าหมายทั้งด้านประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงาน ในอนาคต วัสดุใหม่และเทคโนโลยีการเก็บเกี่ยวพลังงานจะเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับการออกแบบ IC ที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น