DIY Raspberry Pi: เว็บแคมภายในห้องและนอกอาคาร

คุณเคยอยากตรวจสอบบ้านแต่ไม่อยากซื้อเว็บแคม1080p ที่มีมูลค่าถึง 100 เหรียญหรือไม่? ฉันเคยทำนะ และคุณก็ทำได้ด้วยเช่นกัน!

DIY Raspberry Pi: เว็บแคมภายในห้องและนอกอาคาร

คำแนะนำ

คุณเคยอยากตรวจสอบบ้านแต่ไม่อยากซื้อเว็บแคม1080p ที่มีมูลค่าถึง 100 เหรียญหรือไม่? ไม่งั้นทำไมไม่ลองสร้างด้วยตัวเองดูล่ะ? ในบทความนี้จะบอกวิธีการทำให้แก่คุณ!

ก่อนที่จะเริ่มต้น คุณต้องมีอุปกรณ์และเครื่องมือดังนี้:

อุปกรณ์

• กล้อง Pi

• Pi Zero W

• อะแดปเตอร์สายเคเบิล

• แจ็ค DC กันน้ำ

• ตัวเรือน

• แหล่งจ่ายไฟ DC 5v 2A

เครื่องมือ

• หัวแร้ง

• สว่าน

• ไขควง

ขั้นตอนที่ 1: ดาวน์โหลดและแฟลช Rasbian Jessie Lite

โดยการเข้าเว็บไซต์  https://www.raspberrypi.com/software/ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์ zip แล้วแตกไฟล์เพื่อแฟลชด้วยโปรแกรมสร้างดิสก์ win32 ซึ่งสามารถพบได้ที่นี่: https://sourceforge.net/projects/win32diskimager/

ขั้นตอนที่ 2: ทำให้การ์ด SD ไม่มีส่วนหัว

พาร์ติชันการบูตที่คุณเห็นใน Windows ให้เพิ่มไฟล์ชื่อ wpa_supplicant.conf และแก้ไขใน Notepad คัดลอกและวางโค้ดด้านล่าง แล้วแก้ไขตัวแปร SSID ตามด้วยรหัสผ่าน

ctrl_interface=DIR=/var/run/wpa_supplicant GROUP=netdev update_config=1 network={ ssid="SSID" psk="PASSWORD" }

จากนั้นเพิ่มไฟล์ ssh.txt ที่ว่างเปล่าเพื่อเปิดใช้งาน ssh

ขั้นตอนที่ 3: เชื่อมต่อกับ Pi ผ่าน SSH

โดยการใช้ Fing สแกนเครือข่ายเพื่อค้นหา Raspberry Pi จากนั้นใช้ Putty (https://www.putty.org/) เชื่อมต่อผ่าน SSH

ขั้นตอนที่ 4: ตั้งค่า PiCam ได้อย่างง่ายดาย

ด้วยการคัดลอกคำสั่งด้านล่างลงเทอร์มินัล จากนั้นทุกอย่างก็จะดำเนินการเองจนเสร็จเรียบร้อย!

sudo apt-get update 
sudo apt-get dist-upgrade
sudo apt-get install git
git clone https://github.com/silvanmelchior/RPi_Cam_Web_Interface.git 
cd RPi_Cam_Web_Interface ./install.sh

ขั้นตอนที่ 5: ตั้งค่า PiCam

ฟิลด์โฟลเดอร์ย่อย คือ ฟิลด์ที่ทำให้คุณเข้าถึงกล้องได้ (เช่น 192.168.1.12/camera) ซึ่งอาจเป็นอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ ที่เหลือก็พร้อมแล้ว!

ห้ามรีบูตในตอนนี้ เพราะเรายังต้องเปิดกล้องอยู่ หากระบบถามว่าต้องการรีบูตหรือไม่ ให้เลือก "ไม่"

ขั้นตอนที่ 6: เปิดกล้อง

เปิดกล้องด้วยการเรียกใช้ raspi-config:

sudo raspi-config

จากนั้นเลือกตัวเลือกอินเทอร์เฟซ แล้วเลือกกล้อง หน้าต่างข้อความจะปรากฏขึ้นพร้อมข้อความว่า "คุณต้องการเปิดกล้องหรือไม่" เลือกใช่ แล้วเลือกใช่อีกครั้ง เมื่อระบบขอให้รีบูต

ขั้นตอนที่ 7: โฟกัสเลนส์กล้อง

ปรับโฟกัสเลนส์จนกว่าจะได้ตามที่ต้องการ  โดยเลนส์ที่ดีควรโฟกัสวัตถุได้ทุกระยะ ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลแค่ไหน ฟีดวิดีโอสดไม่มีความล่าช้าจึงทำได้ง่าย

ขั้นตอนที่ 8: นำทุกอย่างใส่ลงในกล่อง

จากภาพข้างต้น ในการดูบัดกรีสายไฟให้ตรวจสอบขั้วของแจ็ค DC ก่อนเชื่อมต่อ แต่โดยปกติแล้ว 5v จะจ่ายไฟไปยังพินที่สั้นกว่า และ GND จะจ่ายไฟไปยังพินที่ยาวกว่า ให้ใช้กาวร้อนยึดทุกอย่างให้เข้าที่

ในกรณีที่คุณต้องการถอดออกในภายหลัง โปรดระมัดระมังไม่ให้กาวติดที่ขั้วต่อ โดยอาจจะใช้สแตนด์ออฟยึดกล้องให้เข้าที่แทน  โปรดจำไว้ว่าวิธีนี้ได้ผลดี แต่อาจจะไม่แข็งแรงที่สุด ดังนั้นควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

ขั้นตอนที่ 9: เสร็จเรียบร้อย!

DIY Raspberry Pi: เว็บแคมภายในห้องและนอกอาคาร

คุณเคยอยากตรวจสอบบ้านแต่ไม่อยากซื้อเว็บแคม1080p ที่มีมูลค่าถึง 100 เหรียญหรือไม่? ฉันเคยทำนะ และคุณก็ทำได้ด้วยเช่นกัน!

นักเขียนบทความ
by 
นักเขียนบทความ
DIY Raspberry Pi: เว็บแคมภายในห้องและนอกอาคาร

DIY Raspberry Pi: เว็บแคมภายในห้องและนอกอาคาร

คุณเคยอยากตรวจสอบบ้านแต่ไม่อยากซื้อเว็บแคม1080p ที่มีมูลค่าถึง 100 เหรียญหรือไม่? ฉันเคยทำนะ และคุณก็ทำได้ด้วยเช่นกัน!

คำแนะนำ

คุณเคยอยากตรวจสอบบ้านแต่ไม่อยากซื้อเว็บแคม1080p ที่มีมูลค่าถึง 100 เหรียญหรือไม่? ไม่งั้นทำไมไม่ลองสร้างด้วยตัวเองดูล่ะ? ในบทความนี้จะบอกวิธีการทำให้แก่คุณ!

ก่อนที่จะเริ่มต้น คุณต้องมีอุปกรณ์และเครื่องมือดังนี้:

อุปกรณ์

• กล้อง Pi

• Pi Zero W

• อะแดปเตอร์สายเคเบิล

• แจ็ค DC กันน้ำ

• ตัวเรือน

• แหล่งจ่ายไฟ DC 5v 2A

เครื่องมือ

• หัวแร้ง

• สว่าน

• ไขควง

ขั้นตอนที่ 1: ดาวน์โหลดและแฟลช Rasbian Jessie Lite

โดยการเข้าเว็บไซต์  https://www.raspberrypi.com/software/ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์ zip แล้วแตกไฟล์เพื่อแฟลชด้วยโปรแกรมสร้างดิสก์ win32 ซึ่งสามารถพบได้ที่นี่: https://sourceforge.net/projects/win32diskimager/

ขั้นตอนที่ 2: ทำให้การ์ด SD ไม่มีส่วนหัว

พาร์ติชันการบูตที่คุณเห็นใน Windows ให้เพิ่มไฟล์ชื่อ wpa_supplicant.conf และแก้ไขใน Notepad คัดลอกและวางโค้ดด้านล่าง แล้วแก้ไขตัวแปร SSID ตามด้วยรหัสผ่าน

ctrl_interface=DIR=/var/run/wpa_supplicant GROUP=netdev update_config=1 network={ ssid="SSID" psk="PASSWORD" }

จากนั้นเพิ่มไฟล์ ssh.txt ที่ว่างเปล่าเพื่อเปิดใช้งาน ssh

ขั้นตอนที่ 3: เชื่อมต่อกับ Pi ผ่าน SSH

โดยการใช้ Fing สแกนเครือข่ายเพื่อค้นหา Raspberry Pi จากนั้นใช้ Putty (https://www.putty.org/) เชื่อมต่อผ่าน SSH

ขั้นตอนที่ 4: ตั้งค่า PiCam ได้อย่างง่ายดาย

ด้วยการคัดลอกคำสั่งด้านล่างลงเทอร์มินัล จากนั้นทุกอย่างก็จะดำเนินการเองจนเสร็จเรียบร้อย!

sudo apt-get update 
sudo apt-get dist-upgrade
sudo apt-get install git
git clone https://github.com/silvanmelchior/RPi_Cam_Web_Interface.git 
cd RPi_Cam_Web_Interface ./install.sh

ขั้นตอนที่ 5: ตั้งค่า PiCam

ฟิลด์โฟลเดอร์ย่อย คือ ฟิลด์ที่ทำให้คุณเข้าถึงกล้องได้ (เช่น 192.168.1.12/camera) ซึ่งอาจเป็นอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ ที่เหลือก็พร้อมแล้ว!

ห้ามรีบูตในตอนนี้ เพราะเรายังต้องเปิดกล้องอยู่ หากระบบถามว่าต้องการรีบูตหรือไม่ ให้เลือก "ไม่"

ขั้นตอนที่ 6: เปิดกล้อง

เปิดกล้องด้วยการเรียกใช้ raspi-config:

sudo raspi-config

จากนั้นเลือกตัวเลือกอินเทอร์เฟซ แล้วเลือกกล้อง หน้าต่างข้อความจะปรากฏขึ้นพร้อมข้อความว่า "คุณต้องการเปิดกล้องหรือไม่" เลือกใช่ แล้วเลือกใช่อีกครั้ง เมื่อระบบขอให้รีบูต

ขั้นตอนที่ 7: โฟกัสเลนส์กล้อง

ปรับโฟกัสเลนส์จนกว่าจะได้ตามที่ต้องการ  โดยเลนส์ที่ดีควรโฟกัสวัตถุได้ทุกระยะ ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลแค่ไหน ฟีดวิดีโอสดไม่มีความล่าช้าจึงทำได้ง่าย

ขั้นตอนที่ 8: นำทุกอย่างใส่ลงในกล่อง

จากภาพข้างต้น ในการดูบัดกรีสายไฟให้ตรวจสอบขั้วของแจ็ค DC ก่อนเชื่อมต่อ แต่โดยปกติแล้ว 5v จะจ่ายไฟไปยังพินที่สั้นกว่า และ GND จะจ่ายไฟไปยังพินที่ยาวกว่า ให้ใช้กาวร้อนยึดทุกอย่างให้เข้าที่

ในกรณีที่คุณต้องการถอดออกในภายหลัง โปรดระมัดระมังไม่ให้กาวติดที่ขั้วต่อ โดยอาจจะใช้สแตนด์ออฟยึดกล้องให้เข้าที่แทน  โปรดจำไว้ว่าวิธีนี้ได้ผลดี แต่อาจจะไม่แข็งแรงที่สุด ดังนั้นควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

ขั้นตอนที่ 9: เสร็จเรียบร้อย!

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Suspendisse varius enim in eros elementum tristique. Duis cursus, mi quis viverra ornare, eros dolor interdum nulla, ut commodo diam libero vitae erat. Aenean faucibus nibh et justo cursus id rutrum lorem imperdiet. Nunc ut sem vitae risus tristique posuere.

DIY Raspberry Pi: เว็บแคมภายในห้องและนอกอาคาร

DIY Raspberry Pi: เว็บแคมภายในห้องและนอกอาคาร

คุณเคยอยากตรวจสอบบ้านแต่ไม่อยากซื้อเว็บแคม1080p ที่มีมูลค่าถึง 100 เหรียญหรือไม่? ฉันเคยทำนะ และคุณก็ทำได้ด้วยเช่นกัน!

Lorem ipsum dolor amet consectetur adipiscing elit tortor massa arcu non.

คำแนะนำ

คุณเคยอยากตรวจสอบบ้านแต่ไม่อยากซื้อเว็บแคม1080p ที่มีมูลค่าถึง 100 เหรียญหรือไม่? ไม่งั้นทำไมไม่ลองสร้างด้วยตัวเองดูล่ะ? ในบทความนี้จะบอกวิธีการทำให้แก่คุณ!

ก่อนที่จะเริ่มต้น คุณต้องมีอุปกรณ์และเครื่องมือดังนี้:

อุปกรณ์

• กล้อง Pi

• Pi Zero W

• อะแดปเตอร์สายเคเบิล

• แจ็ค DC กันน้ำ

• ตัวเรือน

• แหล่งจ่ายไฟ DC 5v 2A

เครื่องมือ

• หัวแร้ง

• สว่าน

• ไขควง

ขั้นตอนที่ 1: ดาวน์โหลดและแฟลช Rasbian Jessie Lite

โดยการเข้าเว็บไซต์  https://www.raspberrypi.com/software/ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์ zip แล้วแตกไฟล์เพื่อแฟลชด้วยโปรแกรมสร้างดิสก์ win32 ซึ่งสามารถพบได้ที่นี่: https://sourceforge.net/projects/win32diskimager/

ขั้นตอนที่ 2: ทำให้การ์ด SD ไม่มีส่วนหัว

พาร์ติชันการบูตที่คุณเห็นใน Windows ให้เพิ่มไฟล์ชื่อ wpa_supplicant.conf และแก้ไขใน Notepad คัดลอกและวางโค้ดด้านล่าง แล้วแก้ไขตัวแปร SSID ตามด้วยรหัสผ่าน

ctrl_interface=DIR=/var/run/wpa_supplicant GROUP=netdev update_config=1 network={ ssid="SSID" psk="PASSWORD" }

จากนั้นเพิ่มไฟล์ ssh.txt ที่ว่างเปล่าเพื่อเปิดใช้งาน ssh

ขั้นตอนที่ 3: เชื่อมต่อกับ Pi ผ่าน SSH

โดยการใช้ Fing สแกนเครือข่ายเพื่อค้นหา Raspberry Pi จากนั้นใช้ Putty (https://www.putty.org/) เชื่อมต่อผ่าน SSH

ขั้นตอนที่ 4: ตั้งค่า PiCam ได้อย่างง่ายดาย

ด้วยการคัดลอกคำสั่งด้านล่างลงเทอร์มินัล จากนั้นทุกอย่างก็จะดำเนินการเองจนเสร็จเรียบร้อย!

sudo apt-get update 
sudo apt-get dist-upgrade
sudo apt-get install git
git clone https://github.com/silvanmelchior/RPi_Cam_Web_Interface.git 
cd RPi_Cam_Web_Interface ./install.sh

ขั้นตอนที่ 5: ตั้งค่า PiCam

ฟิลด์โฟลเดอร์ย่อย คือ ฟิลด์ที่ทำให้คุณเข้าถึงกล้องได้ (เช่น 192.168.1.12/camera) ซึ่งอาจเป็นอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ ที่เหลือก็พร้อมแล้ว!

ห้ามรีบูตในตอนนี้ เพราะเรายังต้องเปิดกล้องอยู่ หากระบบถามว่าต้องการรีบูตหรือไม่ ให้เลือก "ไม่"

ขั้นตอนที่ 6: เปิดกล้อง

เปิดกล้องด้วยการเรียกใช้ raspi-config:

sudo raspi-config

จากนั้นเลือกตัวเลือกอินเทอร์เฟซ แล้วเลือกกล้อง หน้าต่างข้อความจะปรากฏขึ้นพร้อมข้อความว่า "คุณต้องการเปิดกล้องหรือไม่" เลือกใช่ แล้วเลือกใช่อีกครั้ง เมื่อระบบขอให้รีบูต

ขั้นตอนที่ 7: โฟกัสเลนส์กล้อง

ปรับโฟกัสเลนส์จนกว่าจะได้ตามที่ต้องการ  โดยเลนส์ที่ดีควรโฟกัสวัตถุได้ทุกระยะ ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลแค่ไหน ฟีดวิดีโอสดไม่มีความล่าช้าจึงทำได้ง่าย

ขั้นตอนที่ 8: นำทุกอย่างใส่ลงในกล่อง

จากภาพข้างต้น ในการดูบัดกรีสายไฟให้ตรวจสอบขั้วของแจ็ค DC ก่อนเชื่อมต่อ แต่โดยปกติแล้ว 5v จะจ่ายไฟไปยังพินที่สั้นกว่า และ GND จะจ่ายไฟไปยังพินที่ยาวกว่า ให้ใช้กาวร้อนยึดทุกอย่างให้เข้าที่

ในกรณีที่คุณต้องการถอดออกในภายหลัง โปรดระมัดระมังไม่ให้กาวติดที่ขั้วต่อ โดยอาจจะใช้สแตนด์ออฟยึดกล้องให้เข้าที่แทน  โปรดจำไว้ว่าวิธีนี้ได้ผลดี แต่อาจจะไม่แข็งแรงที่สุด ดังนั้นควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

ขั้นตอนที่ 9: เสร็จเรียบร้อย!